บทความเซฟตี้

การเลือกไส้กรองแก๊สและไอระเหย

ตลับกรอง

การเลือกไส้กรองแก๊สและไอระเหย

 

การเลือกไส้กรองแก๊สและไอระเหย มาตรฐาน EN

 

มาตรฐานยุโรป EN

ความรุนแรงของแก๊สและไอระเหยโดยทั่วไปจะขึ้นอยู่กับ

  • ลักษณะของแก๊สและไอระเหยว่าเป็นพิษมากน้อยเพียงไร
  • ชนิดของสารเคมีที่เป็นองค์ประกอบของแก๊สหรือไอระเหยนั้นๆ
  • ความเข้มข้นของสารเคมีในอากาศ
  • ระยะเวลาการสัมผัสหรือสูดดม
  • ลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคล เช่น ความไวต่อกลิ่นและสัมผัส อัตราการหายใจของแต่ละคน

ประเภทไส้กรองแก๊สและไอระเหย

A-FILTER

สำหรับป้องกันไอสารอินทรีย์ ที่มีอุณหภูมิมากกว่า 65 องศาเซลเซียส ได้แก่ สารเคมีที่มี

  • ส่วนประกอบของไฮโดรคาร์บอน เช่น Toluene, Benzene, Xylene, Styrene, Turpentine, Cyclohexane, Carbon Tetrachloride, Trichloroethylene,Thinners
  • ไออินทรีย์อื่นๆ เช่น Dimethyl Formamide, Phenol, Furfuryl alcohol, Diacetone alcohol.
  • ส่วนประกอบของพลาสติก เช่น Phthalates, phenol resins, epoxy plastics. Polychlorinated Biphenyls as PCB isomers.

B-FILTER

สำหรับป้องกันไอสารอนินทรีย์ เช่น Chlorine, Nitrogen Dioxide, Hydrogen Sulphide (H2S), Hydrogen Cyanide (HCN), Hydrogen Chloride (HCl), Cyanide

compounds, Phosphorus and Phosphoric acid.

 

E-FILTER

สำหรับป้องกันไอสารอินทรีย์ และไอกรด เช่น Nitric acid, Propionic acid, Sulphur dioxide, Sulphuric acid, Formic acid.

 

K-FILTER

สำหรับป้องกันแอมโมเนียและผลิตภัณฑ์จากแอมโมเนีย เช่น Methylamine, Ethylamine, Ethylenediamine, Diethylamine.

 

AX-FILTER

สำหรับป้องกันไอสารอินทรีย์ ที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 65 องศาเซลเซียส ได้แก่Acetaldehyde, Acetone, Butane, Butadiene, Diethyl Ether,

Dichloromethane, Dimethyl Ether, Ethylene Oxide, Methanol,

Methylene Chloride, Methyl Acetate, Methyl Formate, Vinyl

Chloride.

 

Hg-P3-FILTER

สำหรับป้องกันไอปรอทและไออินทรีย์หรือไออนินทรีย์ที่มีส่วนผสมของปรอท รวมถึงโอโซน

 

REACTOR-P3 FILTER

สำหรับป้องกันสารกัมมันตรังสีและไออินทรีย์ที่มีส่วนผสมของสารกัมมันตรัง เช่น

Methyl Iodide (เป็นไส้กรองแบบผสมเท่านั้น)

 

 

ระดับการกรองของไส้กรอง

ระดับการกรองของไส้กรอง สามารถแบ่งได้ 3 ระดับ ตามความสามารถในการกรองไอสารเคมีเข้มข้นต่างกัน ตามมาตรฐาน EN141

 

Class 1 : ใช้ในสภาพแวดล้อมที่มีความเข้มข้นสารเคมีในอากาศที่ 1000 ppm (0.1%)

Class 2 : ใช้ในสภาพแวดล้อมที่มีความเข้มข้นสารเคมีในอากาศที่ 5000 ppm (0.5%)

Class 3 : ใช้ในสภาพแวดล้อมที่มีความเข้มข้นสารเคมีในอากาศที่ 10,000 ppm (1%)

* ppm = part per million

 

Colour MarkTypeApplicationClassMax allowed gas ConcentrationStandard
 AOrganic gases and vapours (boiling point >65°C)11000 ml/min³(0.1 Vol %)EN141 or EN14387
25000 ml/min³(0.5 vol %)
310000 ml/min³(1.0 vol %)
 BInorganic gases and vapours (not CO) i.e. Chlorine, H2S, HCN.11000 ml/min³(0.1 Vol %)EN141 or EN14387
25000 ml/min³(0.5 vol %)
310000 ml/min³(1.0 vol %)
 ESulphur Dioxide and acidic gases and vapours11000 ml/min³(0.1 Vol %)EN141 or EN14387
25000 ml/min³ 10000(0.5 vol %)
3ml/min³(1.0 vol %)
 KAmmonia and organic ammonia derivatives11000 ml/min³(0.1 Vol %)EN141 or EN14387
25000 ml/min³(0.5 vol %)
310000 ml/min³(1.0 vol %)
 AXOrganic gases and vapours (boiling point <65°C)gr.1 100 ml/min³ max 40 min gr.1 500ml/min³ max 20 minEN371
gr.2 1000 ml/min³ max 60 min gr.2 5000 ml/min³

max 20 min

 
 NO-P3Nitrogen Oxides e.g. NO, NO2, NOXMaximum allowed time of use 20 minutesEN141 or EN14387
 Hg-P3Mercury VapoursMaximum allowed time of use 50 hoursEN141 or EN14387
 COCarbon MonoxideLocal guide linesDIN 3181
 
 Reactor P3Radioactive IodineLocal guide linesDIN 3181

fShare

ความแตกต่าง Cartridges vs. Canisters

 

ความแตกต่าง Cartridges vs. Canisters

 

          

  1. ปริมาณวัสดุดูดซับ(Sorbent Volume)

พื้นฐานความแตกต่างระหว่างตลับ catridge และ canisters คือปริมาณการ บรรจุวัสดุดูดซับ(sorbent)ไม่ใช่การใช้งาน. ตลับ catridge มีองค์ประกอบที่ขจัดไอและก๊าซที่อาจใช้ได้ลำพังหรือเป็นคู่ในหน้ากากครึ่งหน้าหรือเต็มหน้า แต่ปริมาณวัสดุดูดซับของตลับ catridge จะมีขนาดเล็ก ประมาณ 50-200 cm3 ดังนั้นจึงมีอายุการใช้งานสั้นโดยเฉพาะในก๊าซหรือไอที่มีความเข้มข้นสูง. ดังนั้นการใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจกับตลับ catridge โดยทั่วไปจะจำกัดความเข้มข้นก๊าซหรือไอไว้ต่ำ ผู้ใช้ควรจะพิจารณาถึงคำแนะนำของ NIOSH,ป้ายกำกับรับรองหรือมาตรฐานเฉพาะที่กำหนดไว้โดยหน่วยงานที่กำกับดูแล

 

Canisters มีวัสดุดูดซับ(sorbent)ปริมาณมาก และอาจติดอยู่บริเวณคาง, ด้านหน้าหรือหลังหน้ากาก หน้ากากที่ใช้กับ canisters สามารถใช้กับไอหรือก๊าซที่มีความเข้มข้นสูงได้ (ระดับที่อันตรายมากต่อชิวิตหรือสุขภาพ) กว่าตลับ catridge

สำหรับ Canisters แบบที่ติดกับคาง โดยทั่วไปจะมีปริมาณวัสดุดูดซับ ประมาณ 250-500 cm3 และจะใช้งานกับหน้ากากแบบเต็มหน้า ส่วน Canisters แบบติดบริเวณด้านหน้าหรือด้านหลัง จะพกพาโดยการใช้สายสะพายและใช้ท่อหายใจมายึดกับหน้ากาก จะจัดขึ้นในสถานที่โดยเทียมและเชื่อมต่อกับ facepiece ซึ่ง canister แบบนี้จะมีปริมาณวัสดุดูดซับ ปริมาณ 1000-2000 cm3.

 

หน้ากากแบบใช้ canister นี้ถือว่าเป็น “หน้ากากกันก๊าซ” ซึ่งหน้ากากแบบนี้จะได้รับการรับรองสำหรับใช้กับก๊าซโดยเฉพาะ ซึ่งแตกต่างตลับ catridge กันสารเคมี คือ ปริมาณวัสดุดูดซับที่มากกว่า และการป้องกันก๊าซและไอที่มีความเข้มข้นสูงกว่าได้

  1. โครงสร้างตลับ (Construction)

ประเภทของวัสดุดูดซับ sorbent ที่พบใน cartridge และ ตลับ canisters สำหรับใช้กับสารเคมีโดยเฉพาะอาจแตกต่างกันไปตามผู้ผลิต อย่างไรก็ตามโครงสร้างของตัวตลับ cartridge และ ตลับ canisters มีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย โดยมีพื้นฐานเดียวกันคือให้มีความหนาของวัสดุดูดซับเพียงพอ และมีปริมาณเพื่อให้แน่ใจว่า 1) สามารถขจัดสารปนเปื้อนได้หมดในเวลาที่ระบุในการทดสอบ 30 CFR 11 และ 2) วัสดุดูดซับยังสามารถใช้งานได้

  1. การทดสอบตามมาตรฐาน CBRN

การทดสอบ Cartridges และ Canisters ที่ผ่านตามมาตรฐาน CBRN จะทดสอบที่อุณหภูมิห้อง 25°C ± 2.5°C และความชื้นสัมพัทธ์ที่ 25% ± 2.5% และ 80% ± 2.5%

การทดสอบจะทดสอบที่เวลา 15,30,60,90 และ 120 นาที โดย Canister จะทดสอบที่อัตราลม 115 lpm และ cartridge ที่อัตราลม 170 lpm ซึ่งอัตราลมนี้จะแบ่งออกตามจำนวนตลับที่ใช้ในสภาพแวดล้อมนั้น โดยประสิทธิภาพของ Cartridge และ Canister ต้องเป็นไปตามตารางนี้

 

สารเคมีที่ทดสอบCanisterCartridge
ความเข้มข้นสาร (ppm)ความเข้มข้นที่ให้ผ่านได้ (ppm)ความเข้มข้นสาร (ppm)ความเข้มข้นที่ให้ผ่านได้ (ppm)
Ammonia2,50012.51,25012.5
Cyanogen chloride30021502
Cyclohexane2,600101,30010
Formaldehyde50012501
Hydrogen cyanide9404.7*4704.7*
Hydrogen sulfide1,0005.05005.0
Nitrogen dioxide2001 ppm NO2 or 25 ppm NO†1001 ppm NO2 or 25 ppm NO†
Phosgene2501.251251.25
Phosphine3000.31500.3
Sulfur dioxide1,50057505
* Sum of HCN and C2N2    
† Nitrogen Dioxide breakthrough is monitored for both NO2 and NO. The breakthrough is determined by which quantity, NO2 or NO, reaches breakthrough first.

ใส่ความเห็น